การกินเจเป็นการงดอาหารที่มาจากสัตว์และผักบางชนิดตามหลักปฏิบัติ โดยเน้นอาหารจากพืช เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว เต้าหู้ และธัญพืช นอกจากความตั้งใจในการละเว้นการเบียดเบียนแล้ว การกินเจยังเป็นโอกาสในการปรับพฤติกรรมการกินและเพิ่มความหลากหลายของอาหารจากพืชในชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ต่อสุขภาพขึ้นอยู่กับชนิดอาหาร ปริมาณ และวิธีปรุง เพราะอาหารเจบางเมนูอาจมีน้ำมัน น้ำตาล หรือโซเดียมสูง การเลือกอาหารให้สมดุลจึงเป็นสิ่งสำคัญ
1. ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น
ผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสีเป็นแหล่งใยอาหาร ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระและช่วยให้ขับถ่ายสะดวกขึ้น การกินอาหารเหล่านี้เป็นประจำจึงช่วยลดปัญหาท้องผูกได้ โดยควรเพิ่มใยอาหารอย่างค่อยเป็นค่อยไปและดื่มน้ำให้เพียงพอควบคู่กัน
2. ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ
การเลือกถั่วและเต้าหู้เป็นแหล่งโปรตีนแทนเนื้อสัตว์ติดมัน สามารถช่วยลดการได้รับไขมันอิ่มตัวได้ หากปรุงโดยใช้น้ำมันพอเหมาะ การลดไขมันอิ่มตัวและเลือกไขมันไม่อิ่มตัวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการกินเพื่อดูแลสุขภาพหัวใจ
อย่างไรก็ตาม อาหารเจไม่ได้มีไขมันต่ำทุกเมนู โดยเฉพาะของทอดหรืออาหารที่ใช้กะทิและน้ำมันปาล์มมาก จึงควรเลือกวิธีต้ม นึ่ง หรือผัดน้ำมันน้อยให้บ่อยขึ้น
3. ช่วยในการควบคุมน้ำหนักเมื่อเลือกอาหารอย่างเหมาะสม
การกินเจสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมน้ำหนักได้ หากเน้นผัก ผลไม้ทั้งผล ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนจากพืช พร้อมควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะกับความต้องการของร่างกาย
แต่การงดเนื้อสัตว์เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้น้ำหนักลดลงเสมอไป หากกินแป้ง ของทอด ขนม หรือเครื่องดื่มหวานมากเกินไป ก็อาจได้รับพลังงานเกินความต้องการได้เช่นกัน
4. มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
รูปแบบการกินที่มีผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชเป็นหลัก พร้อมลดอาหารหวานจัด เค็มจัด และไขมันอิ่มตัว มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวานชนิดที่ 2 และมะเร็งบางชนิด
ประโยชน์เหล่านี้เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกินโดยรวมในระยะยาว จึงไม่ควรคาดหวังว่าการกินเจเพียงช่วงสั้น ๆ จะช่วยป้องกันโรคได้ทันที การนำหลักการเลือกอาหารที่ดีไปใช้ต่อหลังเทศกาลจึงมีความสำคัญ
5. ได้รับสารอาหารที่ช่วยดูแลกระดูก
แม้การกินเจจะงดนมและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ แต่ยังสามารถได้รับแคลเซียมจากอาหารจากพืช เช่น เต้าหู้ที่ใช้เกลือแคลเซียมในการผลิต ผักใบเขียวบางชนิด และนมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม
ควรตรวจสอบฉลากเพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีแคลเซียม และได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ เพราะวิตามินดีช่วยในการดูดซึมแคลเซียม การกินเจจึงช่วยดูแลกระดูกได้เมื่อวางแผนสารอาหารอย่างเหมาะสม
กินเจอย่างไรให้ได้รับสารอาหารเพียงพอ
การกินเจเพื่อสุขภาพควรให้ความสำคัญกับความหลากหลายของอาหาร โดยมีแนวทางดังนี้
- กินผักและผลไม้หลากหลายชนิด
- เลือกข้าวกล้องหรือธัญพืชไม่ขัดสีสลับกับข้าวขาว
- มีแหล่งโปรตีนในแต่ละวัน เช่น เต้าหู้ ถั่วเหลือง และถั่วเมล็ดแห้ง
- เลือกอาหารที่มีแคลเซียม เช่น นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม
- ลดอาหารทอด ขนมหวาน และอาหารปรุงรสเค็มจัด
หากกินเจต่อเนื่องระยะยาว ควรวางแผนแหล่งวิตามินบี 12 จากอาหารเสริมหรืออาหารที่เติมวิตามินบี 12 อย่างเหมาะสม
การกินเจเป็นจุดเริ่มต้นของการใส่ใจอาหารในแต่ละมื้อได้ ลองเลือกเมนูจากพืชที่หลากหลาย ปรุงรสพอเหมาะ และกินให้สมดุล เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นทั้งในช่วงเทศกาลและในชีวิตประจำวัน
และหากอยากรู้ว่าแต่ละเมนูมีแคลอรี่เท่าไหร่ สามารถเช็คได้ที่ได้ที่ไลน์ @calforlife แอดเลย https://lin.ee/0Q7Dvw3 หรือที่เว็บไซต์ Calforlife https://www.calforlife.com/
สนใจติดต่อเช่าพื้นที่โฆษณาเว็บไซต์ Calforlife แอดเลย https://lin.ee/0Q7Dvw3 หรือโทร 092-263-1463
วันนี้ Calforlife จะพาทุกคนที่อยากลดน้ำหนักมาแวะร้านผลไม้สดที่สามารถเจอได้ทั่วไปตามท้องถนน เพื่อแนะน
ช่วงนี้โรคระบาดหนัก เราจึงต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ โดยการเลือกสิ่งที่มีประโยชน์ให้ร่างกายด้วยเครื่องด
ทำไมจึงควรเลือกกินมื้อเย็นที่มีคาร์บต่ำ ข้อดีคือช่วยลดการพุ่งสูงของระดับน้ำตาลในเลือด